เลโอนาร์โด้ ที่ เอซี มิลาน

เลโอนาร์โด้ ที่ เอซี มิลาน … เหล้าเก่าในขวดเก่า

การกลับมาของ เลโอนาร์โด้ ที่ เอซี มิลาน เป็นมากกว่าการดึงแข้งรายเก่ากลับมานั่งโบกมือยิ้มให้แฟนๆ ชื่นใจว่า ได้พยายามที่จะสร้างสายสัมพันธ์กับสาวกที่หายหนีตีจาก เพราะผลงานขาลงแบบกู่ไม่กลับ แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม การมาครั้งนี้คือการปฏิวัติสโมสร

เลโอนาร์โด้ ที่ เอซี มิลาน คือกุญแจสำคัญที่จะกอบกู้ชื่อเสียงของทีม ให้กลับมาดีขึ้น?

เรื่องราวนี้เริ่มต้นเมื่อสถานภาพทางการเงินของ “ปิศาจแดงดำ” ไม่มั่นคง ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อหลี่หย่งหง เจ้าของชาวจีนเข้ามากุมอำนาจ เขาพยายามชักชวน เปาโล มัลดินี่ เข้ามาเป็นทูตสโมสร แต่โดนตำหนิอย่างหนักจากปากอดีตแข้งระดับตำนานว่า รับไม่ได้ที่เห็น มิลาน อยู่ในมือของคนอื่นที่ไม่ใช่ท่าน ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่ และคงมีเพียงเจ้าของทีมคนเก่าเท่านั้น ที่รักทีม รักฟุตบอล เข้าใจฟุตบอลมากกว่าใครๆ

แบร์ลุสโคนี่

แบร์ลุสโคนี่ อดีตประธานสโมสรที่พาทีมประสบความสำเร็จอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และเมื่อการบริหารเปลี่ยนมือ มิลานก็ยังควานหาแชมป์ไม่เจอ

ตอนนั้นเองก็มีทีมบริหารที่ มาร์โก ฟาสโซเน่ เข้ามาเป็นซีอีโอ สิ่งแรกที่ทำคือการต่อสัญญา วินเซนโซ่ มอนเตลล่า กุนซือที่ผลงานยังโดนตั้งคำถาม สภาพทีมก็ตามที่เห็น กระท่อนกระแท่น เล่นกันแบบลุ่มๆ ดอนๆ และไม่ได้อะไรติดมือ แม้ใช้เงินก้อนโตทุ่มงบไปมากมาย

มอนเตลล่า

มอนเตลล่า (ซ้าย) กุนซือที่โดนตั้งคำถามเรื่องฝีมือ และทำได้ตามคาด คือมาเร็ว ไปเร็ว ฟาสโซเน่ (ขวา) ในฐานะตัวแทนผู้บริหารชาวจีนก็โดนปลดไปแล้ว

ตัดภาพอดีตที่ทุกคนรู้ออกไปมายังปัจจุบัน นักธุรกิจชาวจีนโบกมือลา เพราะไม่สามารถหาเงินมาใช้หนี้ทำให้อำนาจการบริหารทีมเป็นของกลุ่มเงินทุนสัญชาติสหรัฐ มีการแต่งตั้งผู้บริหารคนใหม่ เปาโล สคาโรนี่ นักธุรกิจใหญ่ชาวอิตาเลี่ยนที่เคยทำทีมขนาดเล็ก แต่เขารู้ว่าใครจะเป็นหมากตัวสำคัญ และแล้ว เลโอนาร์โด้ ก็เข้ามา

ปาโต้

ว่ากันว่า ปาโต้ (ซ้าย) และ กาก้า (ขวา) มาที่ มิลาน จากการเกลี้ยกล่อมของ เลโอนาร์โด้ และบางทีบรรดาแข้งเชื้อสายบราซิเลี่ยนอีกหลายรายรวมถึง โรนัลดินโญ่ ก็อาจได้มาด้วยฝีปากของเขาอีกเช่นกัน

ประสบการณ์ก่อนหน้านี้ หลังจากแขวนสตั๊ด เขาก็วนเวียนอยู่ไม่ห่าง ว่ากันว่า กาก้า และ อเล็กซานเดร ปาโต้ ย้ายมาเพราะการเจรจาของ เลโอนาร์โด้ เป็นกุญแจสำคัญ จนอดีตแข้งบราซิเลี่ยนเข้ามาเป็นกุนซือเมื่อปี 2009 เขาทำทีมได้ดี เพียงแต่ข่าวฉาวของอดีตนายกรัฐมนตรี แบร์ลุสโคนี่ กับการโดนยึดทรัพย์และโกงกินประเทศทำให้ทีมขาดเงินทุน และด้วยความเป็นตัวของตัวเองสูง เขาจึงทำทีมได้เพียงปีเดียวเท่านั้น ก่อนย้ายไปคุม อินเตอร์ ทีมข้างบ้านอีก 1 ปี

แวร์รัตติ

ครั้งแรกที่ย้ายมา แวร์รัตติ (กลาง) พยายามปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องเงิน แต่ไม่มีใครเชื่อ เงินก็คงมีส่วนอยู่ไม่น้อย แต่เหนือกว่าเงินคือการเจรจาขั้นเทพของ เลโอนาร์โด้ (ขวา) นั่นล่ะ

ในยุคเริ่มต้นของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมงกับกลุ่มทุนกาตาร์ พวกเขาก็ได้ เลโอ เป็นผู้อำนวยการฟุตบอล แน่นอนว่าเขาอยู่เบื้องหลังการย้ายของแข้งที่โดดเด่นในอิตาลีอย่าง ฮาเวียร์ ปาสตอเร่, ติอาโก้ ม็อตต้า, ซัลวาตอเร่ ซิริกู และการย้ายที่ช็อกสุดๆ คือ มาร์โก แวร์รัตติ ในปี 2012 เขาเป็นคนที่โดนตำหนิว่า ยังไม่ทันแจ้งเกิดใน เซเรีย อา เมื่อ เปสคาร่า เพื่องเลื่อนชั้นขึ้นมาจาก เซเรีย บี ก็รีบไปหาเงินเข้ากระเป๋าซะแล้ว แต่พรสวรรค์ชั้นยอด อยู่ที่ไหนก็เปล่งประกาย

อดีตของ เลโอนาร์โด้ สร้างความหวังเจิดจ้าให้กับแฟนๆ อีกครั้ง และไม่กี่วันหลังจากนั้น เลโอนาร์โด้ ก็ชักชวนคนคุ้นเคยอย่าง เปาโล มัลดินี่ มาอีกราย ถ้ายังจำได้ 1-2 ปีก่อนนี้ มัลดินี่ ไม่ยอมรับเจ้าของทีมคนอื่นที่ไม่ใช่ตระกูล แบร์ลุสโคนี่ ซึ่งในที่สุดเขาก็เปิดเผยความจริงด้วยปากตัวเองว่า ผู้บริหารจากจีน ต้องการให้เขาเป็นฉากหน้า เป็นทูตสโมสร แต่ไม่ได้มอบหมายตำแหน่งที่ชัดเจนให้ เขาควรทำอะไร? นอกจากมานั่งดูเกมให้หมดไปวันๆ แล้วรับค่าจ้างเท่านั้น ทั้งที่ความจริงเขายังมีพลัง เขาอยากมีส่วนตัดสินใจในเรื่องสำคัญของทีมที่เขารักและผูกพันกับครอบครัว

มัลดินี่

การแถลงข่าวเปิดตัว มัลดินี่ (ขวา) ในตำแหน่งบริหารเต็มไปด้วยบรรยากาศอันชื่นมื่น แม้มีหลายคำถามเกี่ยวกับอนาคตของทีมที่ตำนานก็ยังตอบไม่ได้ แต่เขาบอกว่ายินดีจะพิจารณาทั้งหมดอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อบอกกับทุกคนในโอกาสต่อไป

เจ้าของเสื้อหมายเลข 3 อันโด่งดังบอกว่า เลโอนาร์โด้ ทำให้เขารู้ว่า เขาควรทำอะไร อะไรที่ต้องทำ และเขารู้สึกว่าเป็นคนสำคัญ ซึ่งทีมบริหารชุดเก่าแจกแจงไม่ได้ และไม่ได้มอบหน้าที่ให้ แต่ก็ยังมีหลายเรื่องที่ มัลดินี่ ยอมรับว่า จะต้องศึกษาในรายละเอียด

มาถึงตรงนี้ แฟนๆ เริ่มมีความหวัง และอยากเห็นกุนซือระดับโลก ทำให้ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ กุนซือที่เลื่อนชั้นมาจากการคุมทีมเยาวชน อาจต้องเดินซ้ำรอยประวัติศาสตร์กับ ฟิลิปโป้ อินซากี้ แต่การผนึกกำลังของ 2 ตำนานทำให้ตำแหน่งของเพื่อนเก่ายังแข็งแรง

ยูเวนตุส

จากอดีตเพื่อนร่วมทีมในฐานะนักเตะ สู่เพื่อนร่วมทีมภาค 2 ในตำแหน่งที่ใหญ่โตขึ้นกว่าเดิม

ไม่เพียงเท่านี้ การมาของ กอนซาโล่ อิกวาอิน, ติมูเอ้ บากาโยโก้ และ เปเป้ เรน่า เป็นผลงานจากฝีมาก เลโอ เช่นเดียวกับ มัตเตีย คัลดาร่า แนวรับอนาคตไกลวัย 24 ปี ดูยุ่งเหยิงอยู่เล็กน้อย สำหรับความสัมพันธ์ของ มิลาน และ ยูเวนตุส เมื่อ อิกวาอิน มา มีการส่ง เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ กลับไป ก่อนที่ มิลานจะไปดึง คัลดาร่า มา สรุปมูลค่ายากเหลือเกิน ทั้งที่ เชลซี อยากมอบเงินก้อนโตให้ ยูเวนตุส ใจแทบขาด เอาสิ!

มิลาน

มาถึงตรงนี้ คงไม่ต้องบอกว่า ทำไม มิลาน ถึงได้นักเตะที่เข้าท่าเข้าทางมาร่วมทีม แม้ได้ไปแค่ ยูโรปา พร้อมความหวังที่จะกลับขึ้น แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2019 มาถึง

เลโอนาร์โด้ กลับมาในมาดเดิม ความสามารถเท่าเดิม เสริมกำลังด้วยอดีตเพื่อนพ้องในสีเสื้อแดงดำ ถ้าเปรียบเทียบเป็นเหล้า ก็คงเป็นส่วนผสมเดิมที่เข้มขึ้นตามอายุการหมักบ่ม ในขวดใบเดิม ที่แฟนๆ หวังว่าจะเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ขึ้นมาบ้าง เท่านั้นเอง


อ่านบทความ ราคาบอล คือ อะไร

ติดตามบทความ อื่นๆได้ที่ https://melissaharrislacewell.com/

Leave a Reply