เชลซี-ยูโรปา

ถ้า เชลซี เป็น แชมป์ ยูโรปา ใครได้ใครเสีย?

ฟุตบอลยุโรปเดินทางมาไกลพอที่จะเริ่มเห็นเค้าลางแล้วว่าใครน่าจะเป็นตัวเต็งในรอบที่เหลือ มีพลิกล็อค มีตามความคาดหมาย และจะมีอะไรสนุกๆ ให้แฟนๆ ได้ชมอีกบ้าง สำหรับถ้วยใหญ่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้วยเล็ก ยูโรปา ก็ไม่น้อยหน้า เพราะเมื่อเหลือบมองชื่อทีมแล้วก็มากมายไปด้วยคนคุ้นเคย

แชมป์-ยูโรปา

เชลซี เคยเป็น แชมป์ ยูโรปา ในฤดูกาล 2012/13 และพวกเขามีโอกาสอีกครั้งในซีซั่นนี้ ในฐานะทีมที่ดีที่สุด และผลงานที่ผ่านมาในรายการนี้แทบไม่มีสะดุด ทั้งเหย้าและเยือน ต่างจาก อาร์เซน่อล ที่เลกแรกในรอบ 16 ทีมบุกไปพ่าย แรนส์ 3-1

แม้จำนวนทีมมีมากกว่า ยูโรปา ก็เดินทางมาถึงรอบ 16 ทีมเท่ากัน และจากผลงานในเลกแรก ทำให้ขณะนี้ เชลซี เป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะคว้าแชมป์ รองลงมาคือ นาโปลี ตามมาด้วย อาร์เซน่อล ส่วนแชมป์เก่าหลายสมัยอย่าง เซบีย่า เป็นเต็งอันดับ 6 ด้วยสกอร์นัดแรกในบ้าน ปล่อยให้ สลาเวีย ปราก ตีเสมอ 2-2 เกมเยือนนัดถัดไปน่าจะลำบาก

ถ้า เชลซี เป็น แชมป์ ยูโรปา ใครได้ใครเสีย อะไรบ้าง?

จนกว่าผลการจับสลากรอบก่อนรองชนะเลิศไปจนถึงสายรอบรองชนะเลิศจะออกมา หรือต่อให้หน้าตามันออกมาน่าตื่นเต้นแค่ไหน ก็คงไม่มากเกินไปถ้าจะบอกว่า มีโอกาสไม่น้อยที่ “สิงห์บูลส์” จะสัมผัสแชมป์นี้อีกครั้ง จากที่เคยทำได้ในปี 2013 ลองมาคิดเล่นๆ ก็แล้วกันว่า ถ้ามันเกิดขึ้น พวกเขาจะได้อะไร และจะทำให้ใครเสียอะไร

ทางลัดสู่ แชมเปี้ยนส์ ลีก

เชลซี

เป้าหมายสำหรับซีซั่นหน้า เชลซี ต้องการกลับสู่ แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยไม่เลือกหนทาง ขอแค่ไปให้ได้ แฟนๆ ไม่ต้องการโดนลดระดับทีม กลายเป็นทีมรองในถ้วยรอง

ต้องยอมรับตามตรงว่า อันดับ 4 ใน พรีเมียร์ลีก เหนื่อยยาก ขณะนี้ พวกเขาลงเล่น 28 เกม เหลือเก็บตกอีก 1 นัด ถ้าชนะก็จะแซง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นไปเป็นที่ 4 แต่ถ้าวิเคราะห์โปรแกรมที่เหลือ ยังต้องไปเยือน ลิเวอร์พูล และจะต้องต่อสู้เพื่อตัดแต้มกันเองที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วย แน่นอนว่าระหว่างกลางสัปดาห์ก็ไม่สามารถหยุดพักได้ เหนื่อยยากอาจกลายเป็นเหนื่อยแสนสาหัส แต่ถ้าพวกเขาวางแผนขอแค่อะไรสักอย่าง การเป็นแชมป์ถ้วยเล็กของยุโรปก็ไม่เลวร้ายนัก

แชมป์ครั้งนี้ดีกว่าเดิม ตรงที่ได้โควตาไปเล่นถ้วยใหญ่ในซีซั่นถัดไป พวกเขาสามารถกลับมาปักธงรบในฐานะสโมสรพี่บิ๊กได้เต็มภาคภูมิ มองถึงอนาคตระยะใกล้ก็สามารถเก็บผู้เล่นที่ต้องการไว้ได้ และซื้อตัวใหม่ชั้นดีเข้ามาเสริมได้อีก


แชมป์แรกของ ซาร์รี่

เมาริซิโอ-ซาร์รี่

ซาร์รี่ เคยได้รางวัลกุนซือยอดเยี่ยม เซเรีย อา 2 ฤดูกาลจากต่างสถาบันเมื่ออยู่ที่ นาโปลี แต่ช่องว่างที่ถมไม่เต็มคือการคว้าแชมป์

การเป็นแชมป์ ยูโรปา จะเป็นการสิ้นสุดคำครหากุนซือไร้แชมป์ ทำดีเท่าไรก็ได้แค่เฉียด ปิดฉากนายใหญ่ไร้เกียรติยศของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่โดนค่อนขอดมาตลอด นับตั้งแต่อำลา นาโปลี และก้าวเข้าสู่รั้ว แสตมฟอร์ด บริดจ์ แม้กระทั่งแฟนบอลตัวเองก็ยังสงสัยว่า สโมสรจ้างคนที่ไม่มีอะไรเลยมาทำทีมได้อย่างไร

ที่ผ่านมา ซาร์รี่ เข้าใกล้แชมป์ เซเรีย อา สุดขีด ยิงได้มากที่สุดเปนประวัติการณ์ในลีกอิตาลี แต่ดันไม่ได้แชมป์ แม้เขาได้รางวัลกุนซือยอดเยี่ยมถึง 3 สถาบัน แต่มันไร้ประโยชน์ ตัวเขาเองก็รู้ดี เส้นทางที่ เชลซี ลำบากยากเข็ญกว่าที่เขาจินตนาการไว้มากนัก แม้ได้รับการยกย่องว่ามีแท็คติกชั้นยอดสูสีกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เล่นฟุตบอลสนุก เน้นการครองบอล แต่ประกายแสงจากถ้วยแชมป์ส่องสว่างกว่าคำพูดบนหน้ากระดาษเสมอ


พิสูจน์ตัวเอง

สิงห์บลู

อัมปาดู (ซ้าย) ติดทีมชาติเวลส์ชุดใหญ่แล้ว จากโอกาสที่ อันโตนิโอ คอนเต้ เคยมอบให้ แต่ในซีซั่นนี้การลงสนามของเขาลดลง ส่วน อัดสัน โอดอย (ขวา) กำลังเรียกร้องโอกาสเพิ่มขึ้น และขอย้ายออก

ไม่ใช่แค่ ซาร์รี่ ที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองในฐานะกุนซือ ขณะเดียวกัน ผู้เล่นอีกหลายรายก็ต้องพิสูจน์ฝีเท้าให้ทุกคนเห็น เอแมร์สัน พัลมิเอรี่ แบ็คซ้ายที่ย้ายมาจาก โรม่า ยังโชว์ผลงานไม่คุ้มค่าตัว หรือ อันเดรียส คริสเตนเซ่น ที่แฟนๆ เคยเชื่อว่าเป็น นิว จอห์น เทอร์รี่ ซีซั่นนี้เขาเงียบหายไป

ดาวรุ่งอย่าง คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย มีของที่ยังปล่อยออกมาไม่หมด โอกาสของเขาซุกซ่อนอยู่ในถ้วยใบนี้ เขาลงเล่นไปแล้ว 7 เกม (ตัวจริง 3 สำรอง 4) ถ้าคนมองแง่ลบก็คงบอกว่า ให้แข้งรุ่นพี่ได้พักในเกมเล็ก

แต่สำหรับหลายคนมันคือโอกาสที่หาได้ยาก เช่นเดียวกับ อีธาน อัมปาดู ซึ่งแฟนๆ จดจำเขาได้จากผลงานในสนาม กองกลางตัวรับก็ทำได้ กองหลังก็ทำดี ทุกคนอยากอยู่ในแผนของ ซาร์รี่ และแชมป์ ยูโรปา คือกำลังใจสำหรับตัวพวกเขาเอง


ผลเสียจะเกิดกับใคร?

ยูโรปา-ลีก

ฤดูกาล 2016/17 โชเซ่ มูรินโญ่ พาลูกทีมคว้าแชมป์ ยูโรปา ทำให้ ลิเวอร์พูล ในอันดับ 4 โดนเบียดลงไปเล่น เพลย์ออฟ แต่พวกเขาเอาตัวรอดได้ จึงมีทีมอังกฤษนรอบแบ่งกลุ่มฤดูกาล 2017/18 ถึง 5 ทีม

ในกรณีที่ เชลซี จบเป็นอันดับ 5 หรือ 6 และเป็นแชมป์ ยูโรปา พวกเขาก็จะเข้ารอบแบ่งกลุ่ม แชมเปี้ยนส์ ลีก ทันที เป็นทีมที่ 4 ต่อจากอันดับ 1 2 และ 3 แต่เดี๋ยวก่อน ประวัติศาสตร์เดิมในปี 2012 ที่เคยเกิดขึ้นกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ก็คือ พวกเขาอกหัก โดนเขี่ยกระเด็นไปถ้วยเล็ก จะเป็นเช่นนั้นอีกหรือไม่ คำตอบก็คือไม่!

ไม่ต้องย้อนไปไหนไกล ถ้ายังจำกันได้ แมนฯ ยูไนเต็ด เคยคว้าแชมป์ ยูโรปา ในปี 2017 ยูฟ่า สามารถให้โควตาทีมจากอังกฤษ สเปน และเยอรมนีได้มากที่สุดในรอบแบ่งกลุ่มถึง 5 ทีม สมมติว่าฤดูกาลจบลงตอนนี้ ที่ 4 คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเขาก็จะได้เล่นรอบเพลย์ออฟรอบสุดท้าย ซึ่งโชคชะตาอาจพัดพาให้พวกเขาเจอของแข็งบ้างในเส้นทาง ลีก รูท ที่มีตัวแทนลำดับ 3 และ 4 จากทั้งอิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี

หรืออีกตัวอย่างกับตัวแทนจากสเปนในฤดูกาล 2015/16 บาร์เซโลน่า เข้ามาในฐานะแชมป์เก่า และแชมป์ ลา ลีกา เรอัล มาดริด และ แอตเลติโก มาดริด มาในอันดับ 2 และ 3 ส่วน เซบีย่า แชมป์ ยูโรปา ก็มาด้วย ทำให้ บาเลนเซีย ต้องไปเพลย์ออฟแม้ค่าสัมประสิทธิ์สเปนสูงปรี๊ด ยังไม่สามารถเข้ารอบโดยอัตโนมัติไปได้ทั้ง 5 ทีม ก็เท่านั้น

ทั้งหมดนี้เป็นเหตุการณ์สมมติ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ ฉะนั้นขอให้แฟน “ผี” อุ่นใจได้ว่า เส้นทางสู่ แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า ยังไม่หายไปไหน


อ่าน วิธีเล่น OLD WEST SBOBET สล็อตคาวบอย ยากไหม พร้อมสอนเล่น จนเป็น คลิ๊ก

ติดตามบทความ อื่นๆ ได้ที่ https://melissaharrislacewell.com/

Leave a Reply